Arunee 的个人资料๑۩۞۩๑ Code Name: GGY Ro...照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
|
6月1日 แม่ชีน้อยไปบวชชีพรามหณ์ มา ทีวัด วัดเกตุมดีศรีวราราม เป็นเวลา สามวันสามคืน นุ่งขาวห่มขาว ถือศ๊ล 8 กิจวัตรประจำวันก็คือว่า
1. ตื่นเช้า เพื่อมาทำวัตรเช้าตอนตีสี่ สวดมนต์ และนั่งสมาธิ จนถึงตีห้า
2. เสร็จแล้วก็ใส่บาตรตอน หกโมงครึ่ง โดยไปซื้ออาหารของสำนักชี แล้วก็ใส่บาตรพระที่มาเดินบิณฑบาตร ประมาณ 10 กว่ารูปได้
3. ไปไหว้พระธาตุ, แล้วก็ไปหาอะไรใส่ท้อง จากนั้นก็ ก็ขึ้นกุฎิ แบกเสื่อผืนหมอนใบ หาที่นอน 555
4. นั่งเล่น นอนเล่น อ่านหนังสือ สวดมนต์ นั่งสมาธิ คุยกะคุณแม่ชี ทั้งหลาย ขอเรียนรู้การทำบายศรี (แต่ส่วนมากจะนอนมากกว่า อิอิ)
5. ทำวัตรเย็นตอน สี่โมงเย็น จนถึง ห้าโมงครึ่ง แล้วก็ไปเดินจงกรม เวียนรอบพระธาตุ ขึ้นกุฎิ นอน...(อีกแล้ว)
วันแรก .... ต้องไปสมาทานศีล กับหลวงตาม้วน ซื้อหนังสือสวดมนต์ ซื้อสไบ (ถ้าถือศีล 8 ต้องห่มสไบ แต่ถ้าศีลห้าไม่ต้อง) คุณแม่ชีสำเนียง เห็นเราก็บอกให้เราไปนอนกะท่าน ที่อาคารสองชั้น สี่ (วันสุดท้ายท่านบอกว่า ปกติท่านจะไม่ให้พวกชีพรามณ์ไปนอนกะท่าน ส่วนมากจะต้องไปนอนรวมกันที่หอไตร แต่ท่านบอกว่าท่านถูกชะตากับเรา) วันแรกนี้ตื่นเต้นมากมาย สวดมนต์แต่ละที น้ำตาไหล เราสวดมนต์อย่างตั้งใจมาก วันนี้โชคดีเพราะว่าเป็นวันพระ เป็นวันที่เผาพระศพของพระพุทธเจ้า จึงมีการเวียนเทียนตอนเย็นแล้วก็ได้ท่องอิติปิโส 108 จบด้วยล่ะ เราได้ฉายาที่ใครๆก็เรียกว่า "แม่ชีน้อย"
วันที่สอง... ไม่มีอะไรชีวิตปกติ เวลาตอนกลางวันส่วนมากก็อ่านหนังสือเพราะว่าแบกหนังสือไปอ่านเล่นด้วยตั้ง 5 เล่มแน่ะ แต่ว่าอ่านวันเดียวก็จบแล้วอะ เหอๆ
วันที่สาม...วันนี้มีพุทธบุตรจากโรงเรียนวัดศรีเมือง จำนวน 85 คนมาฝึกธรรมปฏิบัติ เลยคลายเหงาไปได้หน่อย เพราะว่ามีเด็กมาเยอะมาก ได้ฟังพระอาจารย์ เทศนา ถือว่าได้ฟังธรรมไปด้วย ดีจังเลย ^^ ตอนเย็นคุณพ่อเอารถมาทิ้งไว้ให้ พรุ่งนี้ต้องขับกลับเอง
วันที่สี่...วันนี้ตอนเช้า เราไปไหว้พระเยอะมาก ทั้ง ท้าวสุวรรณ , เข้าโบสถ์สักการะ พระพุทธชินราช (งดงามมากเลย) , แล้วก็ร่ำลาคุณแม่ชีทั้งหลาย เฮ้อ..คิ่ดถึงจัง
5月29日 พระมหาอุดปิดทวารทั้ง 5
ใครจะชิงใครจะชัง..มันก็ชั่งหัวเขา แค่ตัวเรารู้เรา..ชั่งเขาปะไร ใครจะชักใครจะแช่ง..ใครจะแกล้งใครจะหยัน ก็ให้ชั่งหัวมัน..ก็ให้ปล่อยเขาไป
ใครจะชมใครจะเชิด..ว่าประเสริฐเลิศหรู ตัวเรารู้เราอยู่..ปล่อยเขาชมไป ใครจะรักใครจะเกลียด..ใครจะเสียดใครจะสี ก็เรารู้ตัวดี..ปล่อยเขาทำไป
....เกิดเป็นมนุษย์สิ้นสุดแค่ตาย เอาอะไรมากมายในความอนัตตา โลภไปทำไมช่วงชิงแข่งขัน สุดท้ายเหมือนกันต้องไปป่าช้า
จะเอาอะไรแค่รักโลภโกรธหลง ไม่มีความมั่นคงบนกิเลสตัณหา เกิดแก่เจ็บตายใยจะไปยึดมั่น สรรพสังขารล้วนอนิจจา ....ปล่อยวางมันเสีย....ทุกโขตินนา
ใครจะเมินใครจะมอง..ใยจะต้องไหวหวั่น ใครจะใส่ร้ายกัน..ใยจะต้องสนใจ ใครจะดีใครจะเลว..มันก็เรื่องของเขา ใครจะนินทาเรา..ใยจะต้องทุกข์ใจ
ใครจะล้อใครจะด่า..ใยจะต้องว่าตอบ ใครไม่สนใครไม่ชอบ..ใยจะต้องใส่ใจ ใครจะคิดใส่ความ..ใยจะต้องวุ่นจิต หากตัวเราไม่ผิด..จะไปคิดทำไม
.....เกิดเป็นมนุษย์สิ้นสุดแค่ตาย ก็ดุจดังท่อนไม้ล้มทับโลกา หมดลมเมื่อไหร่หาประโยชน์ใดเล่า ล้วนต้องถูกเขาหามไปป่าช้า
ชีวิตยังมีสร้างความดีไว้เถิด ได้ไม่เสียชาติเกิดได้ไม่ต้องอายหมา ท่านว่าความตายคือสัจจะธรรมของเที่ยง สิ้นสรรพสำเนียงเน่าเหม็นขึ้นมา จะเอาอะไรกันนักหนา
**************** ฉัน.....จะไม่คิดถึงใคร จะไม่ห่วงใย ใครไม่คิดถึงฉัน ฉัน.....จะไม่รักใคร จะไม่สนใจ ใครจะมารักฉัน ฉัน.....จะไม่รู้สึก ไม่มานั่งนึก ใครว่าร้ายกัน ฉัน.....จะทำทุกวัน จะเป็นตัวฉัน อย่างนี้เรื่อยไป
"ปิดหูซ้ายขวา ปิดตาสองข้าง ปิดปากเสียบ้าง นอนนั่งสบาย" ^__^ 3月25日 ทำบุญ 9 วัดวันนี้เราไปทำบุญ 9 วัดมา เมื่อวานนี้แม่โทรมาบอกว่า ขสมก. เค้ามีจัดทัวร์ไป 9 วัดดังที่นครปฐม แล้วเผอิญว่าลูกน้องแม่คนนึงเค้าสละสิทธิ์กระทันหัน แม่เลยโทรมาถามเผื่อว่าจะสนใจ (แต่แม่ไม่ได้ไปด้วย เพราะติดงานที่โรงบาล) วันนี้ตื่นแต่ตีห้าเลย ออกไปโรงบาลพร้อมแม่ ระหว่างทาง แม่ก็เล่าเรื่อง กรรม ที่เพื่อนๆแม่เคยทำไว้ในสมัยเด็ก แล้วเจอกับตัวเองเมื่อโตขึ้น โดยเฉพาะเรื่องราวที่พวกเค้าทำไว้กับสัตว์ ถึงแม้จะไม่ได้ตั้งใจ แต่หากเราทำให้เค้าทรมานเค้าก็อาจจะมีความอาฆาตแค้นอยู่ได้ อุทาหรณ์ของคนอื่นสอนใจแม่เรื่อยมา (แม่เราน่ะ อยู่วัดมาตั้งแต่เด็กๆ เลยมีเรื่องของเหล่าเด้กวัดเล่าให้ฟังมากมาย)
จะสรุปให้ฟังคร่าวๆในสิ่งที่แม่สอนว่า
"ชีวิตก็คือชีวิต หากเราทำให้เค้าเจ็บให้เค้าทรมาน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ตั้งใจ ความอาฆาตแค้น
จากการทรมาน ย่อมมีเกิดขึ้นโดยเฉพาะกับสัตว์เดรัจฉานที่ไม่รู้จักคำว่า อโหสิกรรม "
คำพุดของแม่ไม่ได้พูดปลอบ แต่แม่พูดให้คิด เจ้าโบอิ้งที่น่าสงสาร ตายอย่างทรมานมากเลย เรารู้ T_T ในตอนที่มันทรมานนั้น ใจมันอาจจะคิดอยู่ก็ได้ "ทำไมเจ้านายที่รักเรา ถึงได้ขับรถทับเรา" แม่บอกว่า ทำบุญวันนี้จงอธิษฐานขอพรพระ "ให้เรามีสติตั้งอยู่ในความไม่ประมาทอยู่ตลอดเวลา อย่าได้ฆ่าสัตว์อีก"
ผู้ที่ข้าพเจ้าได้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ในวันนี้ได้แก่
1. โบอิ้ง และเจ้ากรรมนายเวร ทั้งในชาตินี้และชาติก่อน
2. บิดามารดา ,คุณตาคุณยาย และญาติพี่น้อง
3. ครูบาอาจารย์
4. บิดามารดา ของเนื้อคู่ของข้าพเจ้า (หากมีจริง)
5. เจ้ากรรมนายเวรของคุณพ่อคุณแม่คุณตาคุณยาย
5. ภูติผีเปรตทั้งหลาย
ท้ายสุด กราบขอบพระคุณ หลวงพี่สถิตย์ แห่งวัดพุทธานุสรณ์เจ้าคะ
ขออนุญาต นำบทสอนของหลวงพี่มาลงไว้เพื่อเอาไว้สอนลูกหลานต่อไป เน้อ
"ชีวิตมีสุขบ้างทุกข์บ้างคละเคล้ากันไป คนที่ไม่พบกับความทุกข์เลยจะกลายเป็นคนที่ประมาท
เพลิดเพลินกับความสุขที่ได้รับ เลยพลาดโอกาสที่จะได้เรียนรู้วิธีการแก้ปัญหาให้กับตนเองเมื่อยามที่ต้องเผชิญกับความทุกข์แม้เพียงเล็กน้อย คงไม่ต้องเอ่ยถึงความทุกข์ที่แสนสาหัส
คนเราบางคน การได้พบกับเหตุการณ์บางอย่างทำให้เกิดจุดหักเหในชีวิต แม้อาจจะไม่ได้เปลี่ยนทั้งหมดจากดำเป็นขาวหรือขาวเป็นดำ
แต่ก็นับเป็นการเพิ่มความคิดและความคุ้นเคยกับการกระทำบางอย่าง
ถ้ารู้จักคิดให้เกิดประโยชน์กับตนเองนับว่าเป็นความฉลาดทางอารมณ์
หลวงพี่หวังว่ายุ้ยคงกำลังใช้โอกาสนี้ในการสร้างความเคยชินที่ดีให้กับตัวเอง
อย่างน้อยการทำบุญใส่บาตร การหาโอกาสได้ไปทำบุญตามวัดต่างๆ ก็นับว่าเป็นการเพิ่มพูนในเรื่องที่ดี
ได้ผลสองต่อ เรารู้สึกดีด้วย คนรอบข้างมีทัศนคติต่อเราในทางบวกด้วย"
ปล. บุญที่ทำวันนี้ไม่รู้จะแจกจ่ายพอรึเปล่า สงสัยต้องทำบุญเพิ่มอีกเยอะๆ ..... 3月1日 Treat other by thinking that
He is our friend who was born to be old, become ill, and die, together with us.
1月9日 ชาตินี้เพราะเหตุใด?ขอมอบเป็นธรรมบรรณาการ แด่ผู้อ่าน เพื่อให้มีกำลังใจสร้างบุญ เสริมสร้างความดี อานิสงส์ของการพิมพ์หนังสือธรรมะ ให้ผู้อื่นมีจิตผ่องแผ้วสุขศรี ผลแห่งกุศลกรรมดี จักนำพาให้กรรมเก่าที่เคยสร้างมาค่อยสร่างซาเลือนไป และจักดลบันดาลให้มีศิริมิ่งมลคล กอปรการใดก็ได้ผลดี บุญพาบารมี ประเสริญศรีศุภมงคล
พุทธองค์ดำรัสสอน ว่าดูก่อนมนุษย์เอย ธรรมะที่จะเผย ถึงเหตุต้นและผลกรรม จำแนกและแยกแยะ ให้ละและรู้เร่งทำ พึงได้ใส่ใจนำ เพียรนบนอบกอปรกรรมดี ถามว่าเพราะเหตุใด? จึงเกริกไกรในชาตินี้ เกียรติยศปรากฎมี ศักดิ์และศรีสุขสมบูรณ์ เหตุด้วยกุศลกรรม สนองนำมาค้ำจุน ชาติก่อนได้สร้างคุณ กรรมดีหนุนให้ได้ดี อุ้มชูผู้ยากจน พันขัดสนด้วยอารี สินทรัพย์บรรดามี เสียสละด้วยกรุณา ผู้เฒ่าผู้พิการ ช่วยอภิบาลและรักษา ช่วยผู้อนาถา มุ่งนำพาให้พ้นภัย ผลแห่งกุศลจิต นฤมิตชีวิตใหม่ อำนวยอวยโชคชัย ให้ยิ่งใหญ่เป็นนายคน ชาตินี้เพราะเหตุใด? มีกินใช้ไม่ขัดสน อุดมสมบูรณ์ผล พอเลี้ยงตนทั้งชีวี เหตุด้วยกุศลกรรม สนองนำผุ้ทำดี ชาติก่อนเอื้ออารี ปันอาหารแก่คนจน เคยให้จึงได้รับ สนองกลับมาถึงตน บุญนั้นบันดาลดล อิ่มกุศลจนสำราญ ชาตินี้เพราะเหตุใด? ถึงรูปกายงามสะคราญ สง่ายิ่งวงศ์วาน ผุ้พบพานชื่นชมจริง เหตุด้วยกุศลกรรม สนองนำให้สุขยิ่ง ภพใหม่ทั้งชายหญิง สมทุกสิ่งทั่วสรรพางค์ ชาติก่อนเพราะผ่อนใจ มิเคืองใครให้บาดหมาง ละโกรธละโทษวาง จิตกระจ่างด้วยอภัย สรรเสริญคุณพุทธะ สักการะน้อมนบไหว้ บูชาด้วยดอกไม้ อันประณีตจิตบรรจง ด้วยเหตุแห่งศรัทธา กุศลพามาเสริมส่ง จึงสุขดั่งจำนง สมบูรณ์ได้กายใจงาม ชาตินี้เพราะเหตุใด? พรั่งพร้อมไปถ้วนทุกยาม เรือนเย็นเป็นเรือนงาม ที่ร่มรื่นชื่นชีวี เหตุด้วยกุศลกรรม สนองนำได้สุขศรี ชาติก่อนเอื้ออารี ปันข้าวสารเป็นทานไว้ จึงอยู่เย็นเป็นสุข ผองภัยทุกข์มิกรายใกล้ บารมีที่ยิ่งใหญ่ ปกป้องให้ได้ร่วมบุญ ชาตินี้เพราะเหตุใด? มากผุ้ใฝ่ใจเจือจุน มวลมิตรคิดเกื้อหนุน ญาติเคารพอบอุ่นใจ ผลแห่งกุศลกรรม สนองนำอำนวยให้ ท่านช่วยด้วยเต็มใจ พ้นทุกข์ได้ด้วยไมตรี ชาติก่อนหมั่นผ่อนผัน ผ่อนทกข์ท่านถ้วนวิถี เพียรช่วยด้วยยินดี พลีเรี่ยวแรงทรัพย์ปัญญา ช่วยท่านนั้นประจำ บุญที่ทำจึงนำพา ญาติมิตรคิดเมตตา มีศรัทธามาทดแทน ชาตินี้เพราะเหตุใด? ผู้รับใช้ไม่ขาดแคลน ลูกหลานห่วงหาแหน ยึดเป็นแกนแสนมั่นคง ด้วยผลกุศลกรรม สนองนำค้ำหนุนส่ง จิตดีที่ดำรง บำรุงเลี้ยงสัตว์นานา ชาติก่อนเอื้ออารี เอื้อเฟื้อมีความเมตตา สุนัขแมวนกปลา หมั่นจัดหาให้อาหาร ผลแห่งกุศลจิต ต่อมวลมิตรประสิทธิ์ทาน เวียนวัฏสงสาร ก่อวงศ์วานที่หว่านบุญ ชาตินี้เพราะเหตุใด? พร้อมเพรียงใจในสกุล กลมเกลียวเกี่ยวเกื้อหนุน คอยค้ำจุนให้อุ่นไอ ด้วยผลกุศลกรรม สนองนำทำดีไว้ ช่วยเหลือผุ้ยากไร้ มากน้ำใจมิตรไมตรี ชาติก่อนนั้นกรุณา ผู้กำพร้าโดยอารี บุญเอื้อเยื่อใยมี นำพาศรีมากพี่น้อง ชาตินี้เพราะเหตุใด? ดวงตาใสไม่มั่วหมอง เห็นธรรมตามครรลอง ชื่นชมมองโลกโสภา ด้วยผลกุศลกรรม สนองนำค้ำจุนมา สดใสเลิศนัยนา โดยบุญญาบารมี ชาติก่อนได้ถวาย จุดไฟหมายส่งราศี วัดวาอารามมี แสงกระจ่างสว่างไสว บุญนี้ที่เสริมส่ง เป็นมั่นคงดำรงไว้ หนทางอันกว้างไกล กระจ่างใสไม่มืดมน ชาตินี้เพราะเหตุใด? คุ่ครองใผ่ใจเปรอปรน ร่วมช่วยอำนวยผล ร่วมสุขล้นแสนเปรมปรีดิ์ เหตุด้วยกุศลกรรม สนองนำความสุขศรี ได้ผู้ร่วมชีวิต เป็นคุ่ดีสืบสกุล ชาติก่อนนั้นศรัทธา อนุโมทนาร่วมสร้างบุญ เดชะแห่งพระคุณ จึงนำหนุนคู่บุญมา ชาตินี้เพราะเหตุใด? จึงสุขใจไร้โรคา สุขภาพดีหนักหนา เป็นที่น่าอัศจรรย์ ชาติก่อนมีใจบุญ เพียรเจือจุนและแบ่งปัน หยูกยาเงินตรานั้น ช่วยคนไข้ที่ทุกข์เข็ญ กุศลกรรมนำสนอง จึงมิต้องทุกข์ลำเค็ญ เสวยสุขแสนร่มเย็น ห่างโรคภัยทั้งใจกาย ชาตินี้เพราะเหตุใด? เดินทางไปดังใจหมาย ห่างภัยอันตราย ข้ามพ้นได้ทุกอุปสรรค ด้วยผลกุศลกรรม สนองนำให้ประจักษ์ บุญญามาพิทักษ์ รักษาผู้ประพฤติดี ชาติก่อนเคยสรรค์สร้าง ซ่อมถมถางซึ่งวิถี ให้ทางให้ไมตรี ยินดีช่วยด้วยอาทร ชาตินี้จึงสบาย หนทางใดหมายสัญจร ไกลใกล้ไม่เดือดร้อน ผลบุญย้อนมาบันดาล ชาตินี้เพราะเหตุใด? เรียนรู้ไวได้เชี่ยวชาญ ไหวพริบปฏิภาณ ปรีชาญาณฉลาดล้ำ ชาติก่อนเพียรเป็นนิจ เร่งลิขิตเรียนรุ้ธรรม ภาวนาเป็นประจำ พร่ำกล่าวคำสวดบูชา ดั่งก่องแก้วกระจ่าง ส่องสว่างสร้างปัญญา ด้วยแรงแห่งศรัทธา สาดแสงมาเลิศเรืองรอง ชาตินี้เพราะเหตุใด? กระจ่างใจไม่หม่นหมอง เลอกว่าคนทั้งผอง ด้วยคุณธรรมประจำตน ชาติก่อนมีศรัทธา เพียรนำพาค้ำชูชน ด้วยจิตเป็นกุศล มุ่งเผยแผ่พระธรรมา สละทรัพย์และเรี่ยวแรง เพื่อแสดงเจตนา เสริมส่งและรักษา พระรัตนตรียให้ยืนยง กุศลสั่งสมสร้าง ส่องสว่างดั่งจำนง เจริญสติไว้มั่นคง ดำรงมั่นในปณิธาน ชาตินี้เพราะเหตุใด? จึงเปี่ยมไปด้วยปฏิภาณ สูงส่งด้วยบุญฌาณ เกิดมหาญาณโพธิจิต สั่งสมบุญปางก่อน เอื้ออาทรทุกชีวิต ประหนึ่งซึ่งมวลมิตร ละเลิกริดรอนฆ่าฟัน รับรุ้ทุกข์ทรมาน ด้วยสงสารมวลสัตว์นั้น กุศลส่งให้พลัน เป็นผู้มั่นใจจิตเดิม ต่อบุญด้วยทุนเก่า มิหมองเศร้าบำเพ็ญเสริม สืบสร้างทางริเริ่ม จนสำเร็จบรรลุธรรม
คัดลอกจากหนังสือ "กระจกส่องธรรม"
8月14日 พระคาถาชินบัญชร
สาธุ ขอกุศลผลบุญให้หนูประสบความสำเร็จในชีวิตการงาน การเรียน การเงิน และความรัก และขอให้หนูมีกำลังในการเลี้ยงดูคุณพ่อคุณแม่ให้มีความสุข ตราบนานเท่านาน *******************************************บทสวดนมัสการพระคาถาชินบัญชร ฉบับไทย
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|